ชนิดของคันเบ็ด

ชนิดของคันเบ็ดตกปลาคันเบ็ดในบ้านเราที่เห็นกันอยู่ทั่วไปนั้นมีอยู่ไม่กี่ชนิด ว่ากันด้วยเอากันตั้งแต่เก่าแก่เลยก็แล้วกัน เรามาลองดูซิว่าในแต่ละคันนั้นมีความเป็นพิเศษกันและการใช้อยู่ตรงไหนบ้าง

 

คันเบ็ดไม้ไผ่ 
- คันเบ็ดอันนี้   คงเป็นที่รู้จักกันดีในวงการตกปลา  เรพาะเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า   การใช้งานนั้น  ก็ใช้ตกปลาได้ทุกชนิด   ขนาดก็มีให้เลือกมากขนาด  หากวาจะใช้ก็ควรที่จะเลือกให้ถูกกับการตกปลา   ปลาเล็กควรเลือกใช้คันที่ปลายอ่อนสักหน่อย   เช่น การตกปลาตะเพียนนั้นควรเลือกคนที่ปลายอ่อนแต่ความยานนั้นไม่ควรที่จะต่ำ กว่า  10  ฟุต  เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการตกปลาด้อยลงไป ในด้านการที่จะหย่อนสายหรือส่งเหยื่อให้ไกลออกไปในแนวตลิ่งชายฝั่งเพื่อไม่ ให้ปลาเกิดควา��ระแวงมาก หากจะตกปลาใหญ่เช่นปลาช่อนให้เลือกใช้คันที่มีขนาดใหญ่  ส่วนมากคันเบ็ดที่ใช้ตกปลาช่อนนั้นจะมีการคัดมาเป็นพิเศษ  จะมีวางชายกันอยู่ทั่วไปตามร้านขายเครื่องมือประมงแบบเก่า  อย่ไปหาซื้อตามร้านอุปกรณ์สมัยใหม่เข้าละ
- ค้นไม้ไผ่นั้นเหมาะแก่การตกปลาแบบจำกัด   อย่างเช่นปลาสวายหรือปลาที่มีขนาดใหญ่หลายๆ  กิโลก็ไม่สะดวกในการที่จะตกปลา   แต่จริงๆ   แล้วก็ตกได้  ขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ตกเอง

คันเบ็ดสปินนิ่ง (Spining Rod)
เป็นคันที่นักตกปลาหรือบุคคลทั่วไปรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีเพราะเป็นคันที่ ใช้กันอย่างแพร่หลายมีความยาวหลายขนาดตั้งแต่ 5-12 ฟุตการลงเรือไปตกปลาหาก ใช้คันที่ยาวมากก็จะเกะกะมากซึ่งอาจจะกลายเป็นข้อจำกัดได้จุดที่จะสังเกตคัน ประเภทนี้ คือ ไกด์ (Guide) มีขนาดใหญ่และมีจำนวนตัวไกด์น้อย คือ 5-7 ตัว ขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของคันเหตุผลที่ไกด์มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษเพื่อให้รอง รับสายเบ็ดที่จะเกิดเป็นรูปกรวยมุมแหลมอันเกิดจากการหมุนตัวของแขนกว้าน สายวงแหวนไกด์ขนาดใหญ่จะไม่ทำให้รูปกรวยเกิดมุมหักมากเกินไปและขณะที่ตี เหยื่อออกไป สายเบ็ดจะออกไปในลักษณะควงเป็นวง วงไกด์ที่ใหญ่จะลดการเสียดสีของสายเบ็ดกับไกด์ได้
วัสดุที่ทำไกด์นั้นมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น
- ไกด์ทองเหลืองชุบโครเมียม ราคาถูก พบได้ในคันเบ็ดรุ่นเก่า
- ไกด์สเตนเลส ส่วนใหญ่พบในคันเบ็ดจากยุโรป
- ไกด์เซรามิก (Ceramic) ไกด์ชนิดนี้มีวงแหวนภายในเป็นกระเบื้องและมีวง แหวนพลาสติกหุ้มอยู่ภายนอก โดยมีลักษณะโครงสร้างเป็นโลหะจำพวกทองเหลืองชุบโครเมียมหรือชุบสีอยู่ชั้น นอกสุด
- ไกด์อะลูมิเนียมออกไซด์ (Aluminum oxide) เหมือนไกด์เซรามิก เพียงแต่ ว่าวงแหวนภายในสุดเป็นเนื้ออะลูมิเนียมออกไซด์มีคุณสมบัติทนทานต่อการเสียด สีสูงกว่าเซรามิก ใช้กับคันเบ็ดที่มีราคาปานกลาง ค่อนข้างสูง
- ไกด์ซิลิคอนคาร์ไบด์ (Silicon carbide) มีวงแหวนภายในสุดเป็นเนื้อซิลิคอนคาร์ไบด์มีคุณสมบัติดีกว่าอลูมินั่มออกไซด์
- คันเบ็ดสปินนิ่งที่ยาวไม่เกิน  5  ฟุต ให้เลือกความอ่อนแอแข็งแยกแยะกันไปอีกเช่นกัน  คันสั่นเล็กเหมาะสำหรับที่จะใช้งานการตกปลาในเขตที่มีพื้นที่แคบ  บ่อไม่กว้างนักการขว้างเหยื่อไม่น่าจะเกิน  30  เมตร  เนื่องจากเป็นคันที่มีขนาดเล็ก  จึงไม่เหมาะที่จะตกปลาที่มีขนาดใหญ่แต่ถ้ากาดว่าในขณะที่ตกอยู่หากใหญ่มากิน ก็ต้องใช้ความสามารถกันหน่อยแต่ก็ใช้อัดปลาได้
- คันเบ็ดสปินนิ่งที่มีความยาว  7  ฟุต  เหมาะที่จะใช้ ตกปลาในขนาดพื้นที่ปานกลาง  ไม่ใหญ่มากนัก   น้ำหนักการเหวี่ยงเหยื่อไม่มาก  ความแข็งหรืออ่อนแล้วแต่ที่ผลิตมาการเลือกควรเลือกขนาดความแข็งแรง   อย่างเลือกค้นที่แข็งมากเกินไป  นอกเสียจาก  ต้องการใช้งานหนักจริงๆ  เท่านั้น   คันขนาดนี้นับว่าเป็นจัดอยู่ระดับเล็กถึงปานกลาง 
- คันเบ็ดสปินนิ่งที่มีขนาดความยาวตั้งแต่  8-10  ฟุต   จัดอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างใหญ่  การตกปลานั้นจึงตกบ่อใหญ่ใหญ่และอัดปลาใหญ่ได้สบาย  เหมาะกับการติดรอกที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน  ความเหมาะสมในการใช้สาย ก็คือ  12-25  ปอนด์   หรืออาจจะมากกว่านั้นอีก
- คันเบ็ดสปินนิ่งที่มีความยาวตั้งแต่  10  ฟุตขึ้นไปจัดได้ว่าเป็นคันเบ็ดที่อยู่ในขั้นหนัก   ถ้าเปรียบกับนักมวยก็อยู่ในระดับ   แบบตั้งเวท  คันประเภทนี้เหมาะที่สุดก็คือการตกปลาชายฝั่งที่มีบริเวณกว้างๆ   ต้องการการเหวี่ยงเหยื่อที่มีระยะไกลๆ  น้ำหนักเหยื่อก็สามารถที่จะแบกได้มาก  สามารถที่���ะใช้สายขนาดใหญ่ได้ การใช้รอกก็ควรให้พอดีกับคัน คันประเภทนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมในบ้านเมืองเรา  แต่ต่างประเทศนั้นมีการตกปลาชายฝั่งทะเลกันมาก   เพราะว่าภูมิประทศทางบ้านเมืองเขาเหมาะกับการตกปลาชายฝั่งทะเลมากกว่าของ เรา   คันเบ็ดขนาดนี้จึงได้รับความนิยมพอสมควรบ้านเราแถบชายฝั่งทะเลก็มีตกกันบ้าง แต่ไม่ใช้ใหญ่ขนาดนี้  ที่เห็นๆ  ก็ประมาณ  2  ฟุตเต็มที่
- มีคันเบ็ดอีกประเภทหนึ่งที่มีราคาถูก   เรียกว่าคันเสาอากาศ  เป็นที่นิยมของเหล่าบรรดามือใหม่ๆ   เด็กๆ  และเหมาะที่จะใส่กระเป๋าได้สะดวก   แต่ข้อเสียก็คือคันเบ็ดชนิดนี้มีความแข็งแรงน้อยมาก  เนื่องจากมีการต่อหลายข้อ   การผลิตจึงต้องทำเนื้อให้มีความบางเพื่อที่จะได้ดึงเข้าดึงออกได้สะดวก   จึงไม่สามารถที่จะทำให้หนาได้
- สมัยนี้มีผู้ที่ผลิตคันที่มีความตันเรียกกันว่าคันตัน  มีความเหมาะสมในการตกปลาที่มีน้ำหนักตัวมากๆ  ส่วนมากจะไม่ทำยาวมากนัก  คันพวกนี้เหมาะที่จะตกปลาตามแนวสะพาน  ตอหม้อหรือการจอดตกบนเรือ
- การใช้งานของคันสปินนิ่งนั้น สามารถใช้งานตกปลาได้แทบทุกประเภท หรือพูดได้เต็มปากว่าตกปลาได้ทุกประเภทเลยทีเดียว

คันเบ็ดเบทคาสติ้ง  (Bait Casting Rod)
- เป็นคันเบ็ดที่ได้รับความนิยมจากนักตกปลามากอีกชนิดหนึ่งโดยเฉพาะนักตกปลา ที่ผ่านหรือมีประสบการณ์ในการใช้อุปกรณ์ตกปลาประเภทสปินนิ่งมาแล้ว บรรดาพวกมือเบทมีคำพูดที่ว่า  หากว่าตกปลาด้วยเบทแล้ว  มักจะไม่หันกลับมาใช้สปินนิ่งอีกเลย  ความเป็นจริงอย่างไรไม่รู้เหมือนกัน  แต่ที่ถูกต้องน่าจะเป็นความถนัดในการใช้มากกว่า อาจจะด้วยเหตุผลว่าเบื่อชุดสปินนิ่งหรือต้องการยกระดับของตัวเอง คันเบทเป็นคันเบ็ดประเภททีออกแบบได้สวยงาม  ไม่ว่าจะเป็นสีสัน ลายไกด์หรือการจัดเรียงลายไกด์ที่ได้ความเหมาะสม รูปแบบของคันเบ็ดมีลักษณะคล้ายหรือใกล้เคียงกับคันโบ้ท (Boat rod) มากที่สุดโครงสร้างของตัวคันเบ็ดที่ประกอบด้วยไกด์นั้นมีลักษณะเหมือนกับ สปินนิ่งแต่ตัวไกด์ของ คันเบทคาสติ้งจะมีขนาดวงเล็กและฐานเตี้ยกว่าไกด์ของสปินนิ่งแต่ปริมาณตัว ไกด์มีมากกว่าของคันสปินนิ่ง 1-2 ตัว เนื่องจากสายเบ็ดจะวิ่งอยู่ด้านบนของคัน จึงจำเป็นต้องติดตั้งไกด์มากกว่าเพื่อป้องกันไม่ให้สายเบ็ดตกลงมาทาบกับตัว คันเบ็ดขนาดของไกด์ที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่เพราะ สายจะวิ่งออกจากรอกเบทคาสติ้งแนวตรงไม่ควงเป็นวงคันเบทคาสติ้งที่ยาวกว่า 7 ฟุตขึ้นไปจะไม่นิยมออกแบบให้ที่ยึดขารอกโค้งตัวลงไปเหมือนคันสั้นรูปแบบของ คันจึงมองดูคล้ายคันสปินนิ่งมากกว่าด้ามเบทคาสติ้งโดยทั่วๆ ไป จะมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน คือ
- ด้ามออฟเซ็ท (Off set) มีลักษณะคล้ายด้ามมีดหรือด้ามปืนงอนลงเล็กน้อยและสั้น
- ด้ามตรง (Straight) มีลักษณะเหมือนด้ามสปินนิ่ง แต่จะมีส่วนยื่นออกมาคล้ายไกปืน จุดประสงค์เพื่อเอาไว้ใช้นิ้วก้อยยึดทำให้เกิดความกระชับขณะเหวี่ยงเหยื่อ
- ด้ามดีเคอร์ฟ (Decurved) เป็นด้ามที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้กับรอกสปินคาสติ้ง มีลักษณะคล้ายด้ามออกเซ็ทแต่ด้ามประเภทนี้ต้องใช้กับรอกขนาดใหญ่เพื่อ ป้องกันไม่ให้สายพาดโดยส่วนหน้าของด้ามจัด หรือที่เรียกว่าไฟร์กริพ ( Fore grip)
- คันเบทคาสติ้งนั้นเป็นคันที่มีราคาค่อนข้างแพง   มีราคาหลักหลายพัน  เพราะการทำคันนั้นทางผู้ผลิตเองบอกว่าใช้วัสดุดีจึงต้องขายในราคาแพง
- ความยาวของคันเบทคาสติ้งนั้นดูเหมือนจะมีให้เลือกกันตั้งแต่  7 ฟุตขึ้นไป
-การใช้สายขึ้นอยู่กับการระบุที่ข้างคันเบ็ด   ใช้ตกปลาได้ทุกประเภท   การใช้เมื่อประกอบกับรอกแล้ว   ค่อนข้างจะใช้ยากอยู่สักหน่อย  ต้องใช้เวลาการฝึกตีอยู่ระหนึ่ง เมื่อคล่องแล้วจะเกิดความคล่องตัวขึ้นเอง
- สรุปแล้วคันเบทคาสติ้งนั้นไม่แตกต่างจากสปินนิ่ง มากนัก  แต่ถ้าให้เปรียบเทียบในเรื่องของความสวยงามแล้วคันเบทคาสติ้งมีความเพรียว สวยกว่าคันสปินนิ่งเป็นแน่  แต่ก็เป็นเรื่องของใจด้วยอีกนั่นแหละ

คันเบ็ดฟลาย (Fly Rod)
- ชุดฟลายเป็นชุดเบ็ดตกปลาอีกชนิดหนึ่งที่สามารถใช้ได้ทั้งงานน้ำจืดและน้ำ เค็มเป็นอุปกรณ์ที่มักจะกล่าวไว้เป็นศาสตร์เฉพาะและกลุ่มบุคคลที่ใช้ก็มักจะ เป็นเฉพาะกลุ่มในบางประเทศถึงกับมีชมรมสมาคมสำหรับนักตกปลาด้วยชุดฟลาย ลักษณะทั่วไปของคันฟลายเหมือนกับคันสปินนิ่งมากที่สุดแต่มีลักษณะพิเศษอยู่ ที่ตัวยึดฐานรอก (reel seat) จะติดตั้งอยู่ปลายล่างสุดของตัวคันเบ็ดนั่นคือ ตัวมือจับที่เป็นไม้ก็อกหรือยางสังเคราะห์ของคันฟลายจะมีเพียงตอนเดียวไม่มี ด้ามจับตอนล่างเว้นแต่บางรุ่นที่สามารถต่อด้ามพิเศษไปอีก 1 ส่วน แต่ก็มี ลักษณะเป็นท่อต่อออกไปตรงๆและมีปุ่มยางหรือไม้ก็อกหุ้มตรงปลายเพื่อใช้เป็น ที่พักปลายด้ามเบ็ดกับหน้าขาหรือบริเวณท้องได้บ้าง จุดพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ ไกด์เป็นแบบเฉพาะเรียกว่า Snake Guide คงเรียกจากรูปทรงของไกด์ที่ใช้ ลวดบิดเป็นวงโค้งลักษณะคล้ายงูขดตัว แต่รุ่นใหม่ๆบางรุ่นหันมาใช้ไกด์วงแหวน แทนกันมากขึ้นขนาดของไกด์เล็กกว่าคันสปินนิ่งมาก
-  คันเบ็ดชนิดนี้  ไม่ค่อยได้รับความนิยมในการตกปลาในเมืองไทยมากนัก   เพราะลักษณะในการตกปลาของเมืองเราต่างกันเมืองนอกมาก   คันประเภทนี้เป็นคัดเบ็ดที่ออกแบบมาพิเศษให้ใช้ได้กับรอกฟลายเท่านั้น  จึงจะตกปลาได้ดี   และมีประสิทธิภาพ  จากการทดลองอามาตกปลากับรอกชนิดอื่นแล้วดูไม่เหมาะสมและไม่ได้ผลดีเลย
- คันฟลายเป็นคันเบ็ดที่มีแอ็คชั่นอ่อน (Slow) กว่าคันประเภทอื่น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการส่งลายเบ็ดหรือเหวี่ยงเหยื่อได้ง่ายขึ้นนั่นเอง คันฟลายโดยทั่วไปมีเพียง 2 ท่อนเท่านั้น และคันฟลายไม่สามารถนำไปใช้กับรอก อื่นๆ ได้เลย วัสดุที่ใช้ก็เหมือนกับคันเบ็ดชนิดอื่น นอกจากนี้ยังนิยมนำไม้ไผ่มาทำคัน เบ็ดกันอยู่มากพอควรเพราะมีคุณสมบัติเด่นทางด้านการสปริงตัวประกอบกับชุด ฟลายนั้นถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์คลาสสิก และเป็นงานศิลปะที่ควรแก่การอนุรักษ์ ราคาของคันฟลายก็มีตั้งแต่ถูกถึงแพง มาก
- คันฟลายนั้นออกแบบมาให้ส่วนของคันเบ็ดอ่อนมาก  เพื่อที่จะได้ส่งเหยื่อและสายเบ็ดออกไปได้สะดวกขึ้นน้ำหนักของสายก็มี น้ำหนักเบา   อีกทั้งเหยื่อนั้นก็เป็นชนิดที่เบามาก เหยื่อนั้นจะเป็นจำพวกแมลง หรือ เหยื่อปลอมที่ทำเลียนแบบแมลงแต่มีความแตกต่างไม่แพ้กัน
- เมื่อดูรูปร่างลักษณะของคันเบ็ดฟลายแล้ว  หลายคนที่ไม่สันทัด   เรื่องคันเบ็ดจะคิดว่าเป็นคันเบ็ดสปิ่นนิ่งได้  เพราะความแตกต่างกันไม่มากเท่าไรนัก  จะสังเกตได้ตรงที่วาคันเบ็ดฟลายนั้น  มีด้ามสำหรับจับด้านบนเท่านั้น   ไม่มีด้ามจับด้านล่างคือมีแค่ด้ามจับด้านบนต่อลงมาคือที่ยึดขารอกฟลาย  REEL SEAT
ในลักษณะของไกด์  คันเบ็ดฟลายนั้น  จะมีวงไกด์วงแหวนที่มีขนาดเล็กกวาคันสปินนิ่งเล็กน้อย   ไล่เรียงไป  ตลอดทั้งคัน
- คันฟลาย  เหมาะกับการตกปลาในลำธารน้ำที่ มีความลึกไม่มาก   เรียกกว่าสามารถที่จะเดินลุยตกปลาได้  ส่วนมากในเมืองนอกมักจะตกปลาโดยคันเบ็ดฟลายด้วยการเดินไปในลำธารแล้วตี เหยื่อปลอดไปเรื่อยๆ   เรียกความสนใจให้ป���าออกมากินเหยื่อ   แต่เมืองไทยเรานั้น  การตกแบบนั้นหาแทบไม่ได้เลยจะเรียกให้เต็มปากก็ได้ว่า  ไม่มีเลย  จึง ถือว่าคันประเภทนี้ไม้ได้รับความนิยมนำมาใช้นบ้านเรา  แต่การที่จะมีเก็บเอาไว้ก็ไม่แปลกอะไร  ส่วนราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยละและหลักพัน  มีทั้งถูกและแพง  ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่นำมาทำนั่นแหละ

คันชิงหลิว (Chinglew Rod)
- คันเบ็ดชิงหลิวนั้นเป็นคันเบ็ดที่ได้รับความนิยมไม่แพ้คันสปินเหมือนกันคิด ว่าท่านที่ชอบตกปลาจะต้องอดไม่ได้ที่จะต้องมีคันเบ็ดชนิดนี้ติดท้ายรถเอาไว้ คันเบ็ดชิงหลิวนั้นเป็นการเลียนแบบมาจากค้นไม้ไผ่เรานี้เอง แต่คันชิงหลิว นั้นสามารถที่จะหดเข้าและดึงออกได้ความยาวของคันเบ็ดชิงหลิวนั้นมีความยาว แต่ 10 ฟุตขึ้นไป ถึง 15 ฟุตเป็นส่วนมาก
- วัสดุที่นำเอามาทำนั้นส่วนมากจะเป็นประเภทไฟเบอร์กลาสหรือยางยี่ห้ออาจมี วัสดุประเภทแกรไฟร์รวมอยู่ด้วยซึ่งนั้นก็หมายความว่าราคาก็จะต้องแพงไปตาม กันไปด้วย
– คันชิงหลิวเป็นคันเบ็ดที่เหมาะสำหรับที่จะตกปลา ขนาดเล็ก ซึ่งคันเบ็ดจะมีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโล เรียกกันว่าได้ตัว ประมาณ 2 กิโล ก็อัดกันอยู่นานกว่าจะเอาขึ้นมาได้ การตกปลาด้วยคันชิงหลิว นั้นต้องอาศัยใจเย็นหากใจร้อนก็มีหวังไม่ขาดก็คันหัก
- โอกาสที่ใช้มักจะเหมาะกับการตกปลาตามบ่อ บึง หรือแนวริมตลิ่งชายฝั่งทั่วไปคันเบ็ดประเภทนี้มีวิธีการตกอยู่ค่อนข้างมากสักหน่อย
- คันเบ็ดชิงหลิวนั้นไม่มีการประกอบกับรอกใดๆเพราะไม่มีที่ยึดขา รอก reel seat แม้แต่สายก็ยังคงใช้ผูกที่ปลายคันเบ็ด โดยที่ทางคันเบ็ดนั้น จะทำห่วงมาให้หรือบางทีก็ทำมาเป็นสายสำเร็จที่ปลายคันเลยก็มี
- คันเบ็ดชิงหลิวนั้นจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อนำเอามาประกอบกับทุ่นชิงหลิว ซึ่งเป็นทุ่นที่ผลิตออกมาคู่กับคันเบ็ดโดยเฉพาะ
- สายที่ใช้นั้นไม่ควรที่จะเป็นสายใหญ่จนเกินไปสายที่เหมาะสมควรมีขนาดไม่เกิน 15 ปอนด์เป็นอย่างมาก

 

คันเบ็ดสำหรับตกปลาทะเลโดยเฉพาะ ถ้าจะแยกประเภทใหญ่ๆ ก็จะมีอยู่เพียง 3 ประเภทคือ

คันทรอลลิ่ง (Trolling rod)
คันเบ็ดประเภทนี้เป็นคันระดับหนัก  ใช้ตกปลาทะเลโดยเฉพาะ  แต่ก็มีบางท่านำเอามาตกปลาน้ำจืดที่มีพละกำลังมากๆ   เช่นปลากดแก้ว   คันทรอลิ่งนั้นเป็นคันเบ็ดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเกมการตกปลาทะเล  โดยการลากไปกับเรือในความเร็วช้าๆ  เรื่อยๆ   จนกว่าจะมีปลามากินเหยื่อ  โดยเหยื่อที่ใช้นั้นมีทั้งเหยื่อปลอมและเหยื่อเป็น
ความยาวของคันทรอลิ่งนั้นจะยาวตั้งแต่  6  ฟุตขึ้นไป   แต่จะไม่เกิน  8  ฟุต  เพราะจะไม่สะดวกในการตกบนเรือ   คันทรอลิ่งนั้นสามารถถอดได้เป็นส่องท่อนการที่จะถอดนั้นจะสามารถถอดได้ตรง เหนือด้ามจับขึ้นมา   โดยจะมีเกลียวและตัวบังคับอยู่บริเวณมือจับนั่นเอง
- คันทรอลิ่งนั้นจะต้องประกอบกับรอกขนาดใหญ่ที่เรียกว่ารอกทริลิ่งด้วยเช่น เดียวกัน  ขนาดนั้นขึ้นอยู่กับ  อันที่จริงแล้วรอกทรอลิ่งก็คือรอกเบทเรานี่เอง  แต่ขนาดใหญ่เกินจาก  2 โอ  ตามที่เรียกกัน  ก็ถือว่าเป็นทรอลิ่ง
- คันทรอลิ่งนั้นมีความแข็งแรงทางเป็นพิเศษ  มีให้เลือกทั้งคันตันและคันกลวง  คันกลวงนั้นจะมีน้ำหนักเบากว่า   แต่ความแข็งแรงมักจะสู้คันที่ต้นไม้ได้   มีให้เลือกหลายแบบหลายขนาด  ตั้งแต่  20 ปอนด์   ไปจนถึงเป็นร้อยๆ   ปอนด์
- ลวดลายของการพันไกด์บนคันเบ็ดทรอลิ่งนั้น ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของคันอีกอย่างหนึ่งก็ได้  เจ้าของคันเบ็ดมักจะว่าจ้างพันลายไกด์เป็นราคาที่แพงมากเรียกว่าการบิ๊วคัน ใหม่เพื่อประชันความงามบนคันเบ็ด  ก็เป็นการสร้างรายได้อย่างงามอีกอย่างหนึ่งสำหรับผู้มีฝี มือ
- สิ่งหนึ่งที่คันทรอลลิ่งไม่ว่าราคาถูกหรือแพง ต้องมีเหมือนๆกัน นั่นคือโคนด้ามเบ็ดจะต้องเป็นแฉก 4 แฉกหรือที่เรียก ว่า Gimbal ปลายแฉกที่ว่านี้เป็นโครงสร้างท้ายสุดของโคนคันเบ็ด ซึ่งมักจะ ถูกห่อหุ้มด้วยปลอกพลาสติก (Butt cap) อีกทีหนึ่ง จุดประสงค์เพื่อให้ลงล็อค กับล็อคในกระบอกพักคันหรือเบ้าของเข็มขัดสู้ปลาและเก้าอี้สู้ปลา คันทรอ ลลิ่งที่ใช้กับเก้าอี้สู้ปลาโดยเฉพาะจะมีส่วนด้ามคันโค้ง ประมาณ 40-50 องศา เรียกว่า เคอร์ฟ บัทท์ (Curved butt) เพื่อช่วยเพิ่มมุม ในการโยกคันเบ็ดให้กว้างขึ้นกว่าด้ามตรง

คันโบ้ท (Boat rod)

- เป็นคันเบ็ดสำหรับตกปลาบนเรือที่ต้องการเคลื่อนที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาลักษณะ ทั่วๆไปเหมือนกับคันเบทคาสติ้ง เพราะเป็นคันเบ็ดที่นักตกปลาเรียกว่าคันที่ ใช้กับรอกขวาง ซึ่งมักนิยมใช้คู่กับรอกเบทคาสติ้งขนาดใหญ่หรือแม้นใช้กับรอก ทรอลลิ่งนักตกปลาบางรายนำคันโบ้ทมาใช้ลากเหยื่อหรือการทรอลลิ่งเป็นการแก้ ขัดก็ย่อมได้ แต่มีผลเสียที่การเสียดสีของสายเบ็ดกับไกด์และทำให้สายเอ็นแบน ได้ง่าย นอกจากนี้อาจทำเกิดการสูญเสียโอกาสสำคัญได้หากว่าโดนปลาเข้าชาร์ท เหยื่ออย่างรวดเร็วและรุนแรง เพราะคันโบ้ทไม่ได้ออกแบบมาใช้กับงานลากเหยื่อ คือไม่ทนต่อแรงฮุคกระชากเท่ากับคันทรอลลิ่ง คันโบ้ทมักใช้ถือตกจึงเป็นคัน ที่เบาและเล็กกว่าคันทรอลลิ่งด้ามทำด้วยยางฐานรอกเป็นกราไฟท์ก็เพียงพอ
- คันเบ็ดประเภทนี้ก็เป็นคันเบ็ดที่ใช้ตก ได้ทั้งทะเลและน้ำจืด   เป็นคันท่อนเดียวไม่มีการต่อความยาวจะยาวตั้งแต่  5½ฟุตขึ้นไปแต่ไม่เกิน  7 ½ ฟุต  หากว่ายาวกกว่านั้นแล้วก็นำเอาไปใช้จะไม่สะดวก  จึงนิยมทำมาเคยยาวยาวที่กำหนดให้
- คันประเภทนี้นอกจากจะแข็งแรงแล้ว   ยังทนทางอีกด้วย   หากเป็นคันที่ตันแล้วใช้เป็นไม่ตีสุ…ได้เลย  ผู้เขียนเองเคยซื้อคันประเภทนี้มาใช้คันหนึ่ง  มีความแข็งมาก  เอาลูกมะพร้าวลูกใหญ่ๆ   แล้วข้างได้เลย
- คันเบ็ดโบ๊ทนี้  มีการสร้างเหมือนกับคันทรอลิ่งทุกอย่าง   ตั้งแต่ไกด์  ลายด้ามจับ   หากจะผิดกันก็ตรงที่ถอดไม่ได้เท่านั้นเอง

คันสแตนด์-อัพ (Stand-up rod)
บางคนเรียกว่าคันทรอลลิ่งด้ามสั้นเป็นคันเบ็ดที่ออกแบบมาเพื่อใช้ตกบนเรือ เช่นกัน ถ้าดูตามชื่อคันเบ็ดชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อให้ยืนสู้กับปลาคุณสมบัติ พิเศษของคันประเภทนี้ คือมีพลังในการอัดปลา หรือการดีดตัวกลับของคันสูงกว่า คันทรอลลิ่งทั่วไปอยู่ประมาณ 25-30% ไกด์ของคันชนิดนี้มีทั้งแบบลูก ล้อ (Roller guide) และไกด์ลูกล้อผสมไกด์วงแหวนที่ว่าผสมคือไกด์ปลาย สุด (Tip Top) และไกด์หน้ารอกจะเป็นแบบลูกล้อส่วนไกด์ตรงกลางๆจะเป็นแบบวง แหวน แต่ถ้าเป็นไกด์ชนิดลูกล้อทั้งหมดจะได้รับความนิยมกว่า คัน สแตนด์-อัพ มีลักษณะคล้ายคลึงกับคันทรอลลิ่งมากจุดที่พอสังเกตุได้คือ คัน สแตนด์-อัพ ด้ามคันสั้นมาก แต่ตัวมือจับด้านบน (Fore grip) กลับยาวมากคือ ยาวกว่าด้ามคันเบ็ดถึง 2 เท่าก็มีทำให้นักตกปลาได้เปรียบในการเลื่อนมือไป จับด้ามเบ็ดตรงจุดใดก็ได้ยิ่งช่วงอัดกับปลาอยู่นั้นสามารถเลื่อนมือไปเกือบ สุดมือจับเลยทีเดียวแต่กรณีนี้หากใช้เข็มขัดสู้ปลาแบบคาดเอวการเลื่อนมือไป ไกลสุดจะทำได้ยากและเมื่อยล้าเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นเขาจึงเลื่อนเข็มขัดสู้ ปลาให้ตัวรองรับปลายด้ามคันเบ็ดไปอยู่แถวๆหน้าขาของผู้ใช้

 

เมื่อรู้จักคันเบ็ดแ��ะความแตกต่างของการใช้งานของเบ็ดแต่ละประเภทแล้ว คราวนี้ที่จะทำความรู้จักตัวเองบ้างแล้วล่ะครับ เลือกใช้คันเบ็ดให้เหมาะสมกับการใช้งานรับรองว่าคุณจะสนุกกับการตกปลาไปอีก นาน

0 Likes, 0 Dislikes
0 Likes
0 Dislikes

Leave a Reply