หลักการเลือกอุปกรณ์ตกปลา

ปัญหาการเลือกอุปกรณ์ตกปลาซักชุดเพื่อมาเป็นอาวุธคู่กายของเรา เป็นเรื่องยากเย็นจริงหรือ

คงจะเป็นเรื่องจริงครับ รูปแบบการตกปลามีมากมายหลายหลากมากในปัจจุบัน ประเภทชุดเดียวเที่ยวทั่วไทยคงไม่อาจสนองความต้องการของเราได้ทั้งหมด

บทความนี้เราจะไม่เอาราคาของอุปกรณ์มาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของเราเพราะงบประมาณในกระเป๋าจะช่วยเลือกระดับราคาของอุปกรณ์ได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว

สำหรับผู้มีงบประมาณจำกัด แนะนำให้เลือกซื้อคันเบ็ดราคาไม่เกิน1,500 บาท แล้วหาซื้อรอกที่มีราคาสูงที่สุดเท่าที่งบคุณสามารถซื้อได้ครับ

แล้วที่นี้เราจะเลือกอุปกรณ์ซักชุดมาตกปลาเราจะต้องเริ่มจากอะไร?

แรกสุดเลยเรามาเริ่มกันที่คำถาม 3 ข้อนี้กันก่อน

  • เราจะตกปลาอะไร ?
  • เราจะตกปลาที่ไหน ?
  • วิธีตกของเราเป็นอย่างไร ?

ทำไม 3 ข้อนี้จะช่วยให้เราเลือกอุปกรณ์ได้จริงหรือ

เรามาดูแต่ละข้อกันดีกว่าครับ

1.เราจะตกปลาอะไร ปลามีหลากหลายชนิดในบ้านเรา  เราจึงต้องรู้ก่อนว่าเราจะหาคันหารอกที่จะมาตกปลาชนิดนั้นให้เหมาะสมได้ อย่างไร เช่นตกปลาเกล็ดป��กบางคันต้องอ่อนรอกต้องจุสายขนาดเล็กได้เพียงพอ จะตีเหยื่อปลอมคันรอกต้องเบาเป็นต้น  จะตกบึกรอกคันต้องแข็งแรงพอรับกับสายขนาดแรงดึงสูงๆได้ดี

2.เราจะตกปลาที่ไหน แหล่งที่อยู่อาศัยของปลาก็เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจว่าเราจะใช้คันแบบไหน รอกอะไรด้วย เช่นอ่างเก็บน้ำต้องตีเหยื่อไกลต้องใช้คันยาว หมายรกอุปสักเยอะคันรอกสายต้องแข็งแรงกว่าปรกติ ตกปลาบนเรือคันต้องสั้นคล่องตัวไม่เกะกะ

3.วิธีตกของเราเป็นอย่างไร บางคนตกปลาด้วยตะกร้อ,เหยื่อเป็น หรือ เหยื่อปลอม วิธีตกจึงเป็นหัวใจในการเลือกครั้งนี้ในการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับวิธีตก ของเรา การตกปลาจึงจะให้ความสนุกสนานเร้าใจกับเราได้

จากทั้ง 3 ข้อเราลองมาดูตัวอย่างกันครับ

1. เราจะตกปลาบึก

2. จะไปตกที่บึงสำราญ

3. เราจะใช้รำหุ้มตะกร้อ

 

เมื่อได้คำตอบทั้งสามข้อแล้วเราจะเริ่มจากอะไรกันดีครับ

บ้างท่านคงเลือกคันเบ็ดก่อน  อีกหลายท่านมุ่งไปที่รอก ส่วนผมจะเลือกสายที่ใช้ก่อนครับ ขนาดน้ำหนักปลาที่เราคิดไว้ว่าจะไปตกมันเอาซะ 30 กิโลกรัม+
เราคงต้องเลือกสายเอ็นขนาด20lb-50lb จะเป็นสายโหลดหรือสายเต็มlbก็ดี
บางคนก็เลือกสายPE-5ถึงPE-8 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าไรเราต้องทราบด้วยนะครับ
เพื่อเราจะได้ใช้เส้นผ่าศูยน์กลางนำไปเลือกขนาดของรอกต่อไป

เมื่อได้ขนาดของสายเอ็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราต้องการความยาวของสายเท่าไหร่ละ?

ปลาบ่อไม่มีที่ให้หนีมากมายนักรอกที่จุสายเอ็นขนาดที่เราเลือกไว้ได้ซัก150-250 หลา-เมตรก็คงเหลือเฟือสำหรับงานนี้

เราก็ต้องมองหารอกไม่ว่าจะเป็นรอกเบทรอกสปินนิ่ง  ที่สามารถจุสายเอ็นในความยาวสายที่เราต้องการได้เป็นอย่างดี

รอกมีหลายระดับราคาในขนาดเดียวกัน
ถ้าเรางบน้อยเราก็ต้องทำใจกับรอกราคาต่ำที่อาจจะไม่ทนทานมากนัก
หรืออาจจะเป็นรอกที่ทนทานแต่ต้องแลกมากับการที่รอกจะมีน้ำหนักมาก
ความสวยงามของรอก ไม่ได้ช่วยให้เราตกปลาดีขึ้นอันนี้ต้องเข้าใจ
ส่วนรอกราคาสูงก็คงไม่ต้องอธิบายกันมาก เพราะส่วนใหญ่คุณภาพจะมีตามราคาครับ
ราคาที่เหมาะสมกับเราจึงเป็นรอกที่ดีที่สุดสำหรับเราแน่นอนครับ

 

ส่วนชิ้นสุดท้ายที่เราจะเลือกมาเป็นอาวุธคู่มือคือคันเบ็ดครับ

ทำไมเราจึงเลือกคันเบ็ดเป็นชิ้นสุดท้าย

คันเบ็ดมักจะสร้างปัญหาในการใช้งานมากที่สุดนั่นเองครับ

หลายครั้งที่พบว่าคันที่ซื้อมาใส่กับขารอกที่เรามีอยู่ไม่ได้
หรือ คันเบ็ดที่มียาวเกินไปหรือสั้นเกินไป  ด้ามยาวไปอีกสั้นไปหรือเปล่า อ่อนไปไหมแข็งไปหรือเปล่า

แต่ถ้าเราเลือกสายที่จะใช้ได้แล้ว  นำสายมาใส่ในรอกที่เราเลือกมาเป็นอย่างดีแล้วเราก็ค่อยไปเลือกคันเบ็ดที่เราต้องการโดยเอาสายในรอกของเราเป็นตัวเลือกคันที่มีระดับของสายเอ็น  ให้ใช้ได้กับสายของเรายกตัวอย่างสายของเรา 30lb เราก็ต้องดูคันที่มีเวทสาย 25-40 lb หรือคัน PE2-4

ถ้าสังเกตุจะเห็นว่าขนาดสายของเราจะอยู่ตรงกลางระหว่างขนาดสายต่ำสุด,และสูงสุดที่แนะนำมาบนคันเบ็ด หาคันให้ได้ความยาวที่ต้องการ จะตีไกลก็คันยาวหน่อย ตีใกล้ก็สั้นหน่อย

มันจะดีอย่างไรละ?

ข้อแรก เราจะสามารถหาคันที่เหมาะสมกับสายเอ็นที่เราใช้ได้  ทำให้คันไม่ต้องรับภาระจากขนาดสายที่ใหญ่เกินไป  สายเอ็นที่ใช้จะไม่ช้ำจากการที่คันเบ็ดแข็งเกินความต้องการของสายเอง

ข้อสอง เราจะได้คันที่มีรีลซีทที่พอดีกับรอกของเรา ไม่หลวมคลอน  หรือ  บ้างครั้งมีรีลซีทที่เล็กเกินไปจนใส่รอกที่มีอยู่ไม่ได้เลย

ข้อสาม เราสามารถเลือกความยาวของคันได้ตามสถานที่ ที่เราจะนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสม  ต่างสถานที่ก็ต้องใช้งานคันเบ็ดที่มีความยาวต่างกันไป

จะตกปลาชายฝั่งทะเลจะถือคัน5ฟุตไปตกก็ลำบาก  อยากตีเหยื่อปลอมหรือตกปลาบนเรือ พกคัน9ฟุตไปก็คงทุลักทุเลน่าดู

 

เราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่เราใช้ตัดสินใจในการเลือกอุปกรณ์ มีอยู่2-3หัวข้อเท่านั้น
มาลองดูตัวอย่างของการเลือกชุดตีเหยื่อปลอมกันบ้าง

เราจะว่ากันเฉพาะน้ำจืดและปลาทะเลขนาดเล็กเท่านั้นนะครับ

ปลาล่าเหยื่อเราแบ่งออกเป็น2พวกก่อนคือ
1.ปลาชะโด,ปลากระสูบ,ปลากะพงใหญ่
2.ปลาช่อน,ปลากุเลา,ปลาเก๋า,ปลากราย
กลุ่มที่1.เป็นปลาขนาดใหญ่ กลุ่มที่2.เป็นปลาขนาดเล็ก อุปกรณ์ย่อมมีความแตกต่างกัน
กลุ่มปลาใหญ่ย่อมต้องใช้อุปกรณ์ที่แข็งแรงกว่ากลุ่มปลาเล็ก โดยขนาดและน้ำหนัก

หมายที่เราจะตกปลาก็มีส่วนในการตัดสินใจ ในการเลือกซื้อเช่นกัน
คนที่ตกปลาตามบ่อขุด,คลองระบายน้ำข้างทาง,ร่องสวน หมายแบบนี้ชุดอุปกรณ์ขนาดเบาจะใช้ตกปลาได้สนุกสนานมาก
แต่ถ้าเป็นหมายรกมีบัว,มีผักบุ้งมาก ตอไม้หรือสาหร่ายเยอะคันชุดเล็กย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะนำตัวปลาขึ้นจากน้ำอย่างง่ายดาย

ข้อที่นำมาพิจารณาอีกข้อคือเหยื่อที่เราชอบใช้หรือเหมาะกับปลาที่เราจะตก สำหรับผมเหยื่อจะแบ่งออกเป็นสองพวกตามน้ำหนักของตัวเหยื่อ
เหยื่อเบากับเหยื่อหนักอันนี้คงไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาว จากข้อแรกปลาขนาดใหญ่จะสู้เบ็ดรุนแรงมากเมื่อติดเบ็ด แรงกระชากที่สูงจะเป็นภาระกับคันเบ็ด,รอกและสายเป็นอย่างมาก เราจึงควรเลือกคันที่มีระดับการใช้สายเอ็นสูงสุด 20 lb ขึ้นไป เพื่อจะได้มีกำลังที่จะบังคับปลาได้ดีมากยิ่งขึ้น สามารถหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้เป็นอย่างดี ส่วนรอกก็ต้องแข็งแรง มีเบรคที่ดี รอกทรงกลมกับรอกหยดน้ำราคา5000+-จะเหมาะกับปลาใหญ่ๆแบบนี้มากเลยที่เดียว เพราะรอกระดับนี้จะใช้วัสดุที่แข็งแรงในทุกส่วนของรอก ไม่มีวัสดุราคาแพงที่มีน้ำหนักเบามากนักซึ่งในบางจุดจะเกิดความเสียหายได้ อย่างง่ายดาย เมื่อต้องต่อสู้กับปลาขนาดใหญ่เป็นเวลายาวนานและบ่อยครั้ง

รอกที่มีน้ำหนักเบาๆ,ราคาสูง จะเหมาะกับการตกปลาเล็กขนาดไม่เกิน1-2กิโลกรัมมากกว่า โดยที่ส่วนประกอบทั้งหมดจะถูกสร้างมาให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เพราะต่างประเทศจะปล่อยปลาขนาดเล็กลงไปในบ่อตกปลาและในแหล่งน้ำธรรมชาติจะมี ปลาขนาดเล็กนี้อาศัยอยู่โดยทั่วไป เรามาดูเรื่องเหยื่อกันเลย

 

เหยื่อปลอม ที่มีน้ำหนักเบาเช่นเหยื่อยาง,ปลั๊ค,สปินเนอร์ขนาดเล็กเหยื่อ จำพวกนี้  ต้องการปลายคันเบ็ดที่อ่อนพริ้วการสร้างแอคชั่นของเหยื่อก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรานำคันแข็งมาใช้กับเหยื่อเบาเราจะพบกับเรื่องการตีเหยื่อไม่ออก-ไม่ ไกล,ตีเหยื่อไม่แม่นเป้าหมาย,สร้างแอคชั่นได้ไม่พริ้วไหวนุ่มนวล ถ้าเป็นกลุ่มเหยื่อหนักละครับ  แน่นอนเหยื่อหนักย่อมเกิดมาคู่กับคันแข็งแน่นอนอยู่แล้วครับ คันที่ปลายคันแข็งจะตีเหยื่อขนาดใหญ่และหนักได้ระยะทางที่ดี

การที่เราเอาคันเบ็ดที่อ่อนมาใช้กับเหยื่อหนักหรือใหญ่ๆบ่อยๆ ที่พบมากคือคันจะหักปลายทิปท๊อปประมาณ 4-10นิ้ว พบบ่อยมากเกิดมาจากความเครียดที่สะสมตัวในจุดที่หักเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าคันเบ็ดถูกสร้างจากเส้นใยกราไฟท์ จุดที่โค้งงอมากๆและบ่อยๆย่อมเกิดการแตกหัก,ฉีกขาดจากกันของเส้นใยการไฟท์ และน้ำยายึดแผ่นกราไฟท์ การสะบัดตัวไปมาของปลายคันเบ็ดจากน้ำหนักของเหยื่อขณะที่เราตีเหยื่อ  นับเป็นร้อยๆครั้งในแต่ละทริปที่เราออกตกปลาจนที่เกินกำลังที่คันจะรับได้ อาการช้ำของจุดที่หักของคันเบ็ดจะสะสมจนถึงจุดที่คันหักขณะตีเหยื่อ,หรือกำลังสู้ปลา

เรื่องที่กล่าวมาจึงตอบคำถามที่ว่า บนคันเบ็ดจะบอกน้ำหนักเหยื่อมาเพื่ออะไรก็คงจะได้รับคำตอบกันแล้วนะครับ นอกจากนั้นคันอ่อนที่เอามาตีเหยื่อหนัก  ก็จะทำระยะไม่ได้ควบคุมเป้าหมายได้ไม่ดี คงจะพอมองเห็นความสำคัญ  ของการเข้ากันได้ในการเลือกอุปกรณ์ที่จะนำมารวมกันเป็นชุดตกปลาซักชุดของเรา ราคาไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรในการเลือกการเลือกอุปกรณ์  สิ่งที่เหมาะสมทั้งคัน,รอก,สายและเหยื่อกับงานที่เราจะนำมาใช้ต่างหากที่ เป็นหัวใจสำคัญ

 

บทความ  Fishing4you

เรียบเรียงโดย ไทยฟิชชิ่ง

 

6 Likes, 0 Dislikes
6 Likes
0 Dislikes

Leave a Reply